แด่คาเฟ่....

posted on 02 Sep 2008 01:08 by iuvday

ทำไมปีนี้เจอแต่ละครเฟล ๆ ตั้งแต่ เกราะเพชรฯ ยัน คาเฟ่สีรุ้ง ...

 

อยากบอกว่าเป็นละครนิเทศที่อยากดูมาก ๆ ๆ


ยอมรับว่าตอนแรกตั้งความหวังไว้สุงมาก ๆ

จากการดูพัฒนาการ
รู้สึก(ส่วนตัวนะครับ)ว่าละครคณะนี้เริ่มหาทางของตัวเองเจอ อาจจะด้วยมุขตลก(ฮามั่งฝืดมั่ง) เพลง(เพราะมั่ง เบื่อมั่ง) และแน่นอนการกำกับลีลา

และยิ่งได้ข่าวว่าบัตรละครขายได้เร็วมาก ถล่มทลาย จึงคิดว่าเป็นนิมิตรหมายอันดี ว่าของเค้าน่าจะโอเคอยู่พอสมควร ..... แน่นอน ปฏิเสธไม่ได้ ว่าละครรุ่นพี่แก่ๆๆๆ เค้าก็คงสร้างฐานนิยมเอาไว้พอสมควรเช่นกัน

แต่พอได้ยินเสียงตอบรับจากคนใกล้ คนไกล ที่ได้ไปดูมา ก็ทำให้พยายามลดระดับความคาดหวังลงไป เพื่อให้เข้าไปดูด้วยจิตผ่องแผ้วที่สุด ....


อาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม รอบหนึ่งทุ่ม แต่กว่าจะเริ่มการแสดง ก็ปาเข้าไปจะสองทุ่ม อันนี้พอเข้าใจ เพราะเป็นปกติของรอบสุดท้าย ต้องรอให้นักแสดงซับน้ำตากันเสียก่อน

เปิดตัวด้วยเอ็มวีเพลงละครเช่นปีที่แล้ว ๆ มา และเพลงตอกฉาก ที่คาดว่าอีกหน่อยคงจะกลายเป็นธรรมเนียมนิยมให้รุ่นต่อ ๆ ไปได้ถ่ายทำกัน

แต่ที่ประทับใจมาก ๆ ก็เพลงฮิปฮอป (ขออภัยจำชื่อเพลงไม่ได้ เพราะเสียงฟังไม่รู้เรื่องเลย ไม่รู้เราเป็นคนเดียวหรือเปล่า ที่หูไม่ค่อยดี) ประมาณว่ามีระวังตาย อะไรสักอย่าง???

แต่โปรดักชั่นดูเจ๋ง เท่ห์ดี สอบผ่านเลยน้องเอ๊ย .... (ชอบเครื่องบินที่อยู่ข้างหลังอ่ะ) แต่น้องแด๊นเซอร์ผู้หญิงยังไม่เต็มสตรีมเท่าไหร่นะ เชื่อว่าน้อง ๆ ยังแรงกว่านี้ได้อีกเยอะ ดูรุ่นพี่เป็นตัวอย่าง :)


(ขออนุญาตพูดถึงเฉพาะฉากหรือสถานการณ์ที่จำได้นะครับ ซึ่งมีอยู่ค่อนข้างน้อย)

และก็ปล่อยให้เดธแอร์ รอฟังเพลงสรรเสริญนานมาก.... จนอดสงสัยไม่ได้ว่า นี่มันรอบสุดท้ายหรือรอบแรก(วะ)เนี่ย?


องค์แรกเริ่มขึ้น เป็นเหมือนการแนะนำตัวละครภายในคาเฟ่ ว่ามีตำแหน่งอะไร กันบ้าง

โดยตัวละครเด่น ๆ ที่ควรจะถูกแนะนำให้ชัดกว่านี้ เช่น เชอรี่ กลับดูคล้ายเป็นตัวรองไปอย่างไม่น่าเชื่อ จนตอนแรกคิดว่า สาวใช้โสรยาจะเป็นนางเอกเสียอีก ....

ฉากหลังการตายของหมีสีรุ้ง ที่เปิดตัวตำรวจอาชา แซ่ล่อ ... สิ่งที่จดจำได้อย่างเดียวเลยคือการโพสต์ท่าแบบไทร่า แบงก์ยังอาย ของหมวดสาวอ้อยควั่น ....  อ้อ ที่ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่า ทำไมทุกฉากถึงมีแต่ไฟเฮ้าส์ มันไม่มีการใช้ประโยชน์จากฝ่ายแสงเลยหรือกระไร?? 

ในขณะที่ครึ่งขวา ตัวละครในคาเฟ่ก็เล่นกันไป อีกครึ่งนึง พวกตำรวจก็ตรวจสอบที่เกิดเหตุฆาตรกรรมกันไป .. มันไม่มีการแบ่งแสงอะไรกันเลยหรอ?? สปอร์ตลง สปอร์ตไล้ท์นี่ทำไมแทบจะไม่ได้ใช้กันเลยล่ะ ฉากเปิดตัวพระเอกเนี่ย ทำไมถึงปล่อยให้ออกมาแสงโล้น ๆ แบบนั้น??? ทำไม และทำไม???

เรื่องฉาก ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่เข้าใจ ... ใครจะว่าว่าฉากมันผิดเพี้ยนเปอสเปคตีบยังไง หรือออกมาดูเหมือนเอากระดาษสีร้านจีฉ่อยมาแปะ ๆๆ ยังไง เราไม่ว่าเลย เพราะมันไม่สำคัญเท่ากับการใช้ประโยชน์จากพื้นที่(ที่จำกัดจำเขี่ย)บนเวที ....

ถ้าใครได้ดู คงจำได้ว่า ฝั่งซ้ายมือที่เป็นร้านบาเบอร์ที่ปิดตายนั้น "มีเอาไว้ทำไม????" คิดว่าเดี๋ยวคงมีตอนที่ร้านมันเปิดแหล่ะ ... แต่ดูจนจบเรื่องมันก็ยังปิดตายเซ้งกิจการอยู่เหมือนเดิม!!!

ความเห็นส่วนตัวนะครับ ... เอาอีร้านทำผมออก แล้วทำเป็นฉากบ้านนางเอกจะดีกว่าไหม? จะได้ไม่เสียเวลาตอนดับไฟเปลี่ยนฉาก .... ที่พอไฟเปิดแล้ว มันให้อารมณ์เหมือนดูละครโรงเรียนวันคริสมาสต์ยังไงยังงั้นเลย ....


ต่อมา ฉากออดิชั่น .... มีทำไมหรอครับ เอาไว้เปิดตัวนักแสดงรับเชิญหรืออย่างไร?? ผมว่าตัวละคร ครูเป็ด ครูโจ้ และยิ่งม้า อรนภา จะสามารถสร้างเสียงหัวเราะได้มากกว่านี้มากๆๆๆๆ นะครับ ไม่รู้เพราะความที่ยังไม่แก่กล้าวิชาหรือเปล่า เลยดูน้อง ๆ ยังกั๊ก ๆ ความบ้าบอคอแตกเอาไว้ ... ไหน ๆ ถ้าจะมีฉากนี้ขึ้นมาแล้ว ก็เอาให้คนดูแม่...ง ขำกันให้ตายไปเลยครับ เพราะสิ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างเดียวในฉากนี้สำหรับผมก็คือ มุข 0000001 ครับ

เข้าใจ(เอาเอง)ว่า จุดประสงค์ของฉากนี้ มีเพื่อให้แสดงถึงความรู้สึกระหว่างนางเอกกับพระเอก (ที่เหมือนจะเปลี่ยนจากพ่อแง่แม่งอนใส่กัน ให้แอบปิ๊ง ๆ กันขึ้น)  แต่ฉากที่พระเอกปลอมตัวเป็นม้าอรนภานั้น ผมดูไม่รู้เลยครับ น่าจะแสดงฉากจับมัดหรืออะไรก่อนนี้นะ .....


ที่ตรึงใจมาก ๆ อีกฉาก ก็คือ ฉากแย่งน้ำดื่มกัน ..... เห็นด้วยที่สงสัยว่า ทำไมจะต้องทำให้ทุกคนอยากดื่มน้ำ(ยาพิษ)ขนาดนี้ด้วยหว่า???  มันดูจงใจเกินไปจน...ไม่น่าสนใจ และไม่ตลกเอาเสียเลยครับ


จนมาถึงฉากคลี่คลายของเรื่อง ที่ทำออกมาได้.... ไม่ค่อยน่าเชื่อว่านี่คือบทของงานในระดับอุดมศึกษาน่ะครับ ... เข้าใจว่า ผลงานนิสิต อย่าคิดมาก ... แต่เจองานแบบนี้ก็คิดอะไรได้หลาย ๆ อย่างเลยนะครับ ที่แน่ ๆ ผมสงสัยเหลือเกินว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมาตรฐานมันถึงได้ไม่ก้าวไปข้างหน้ากันสักเท่าไหร่เลย .... 


ออกมาจากหอประชุม แล้วอยากบอกว่าผิดหวังครับ ทั้ง ๆ ที่เคยคาดหวังและอยากดูละครเรื่องนี้มากกว่าปีที่ผ่าน ๆ มาด้วยซ้ำ เพราะรู้สึกว่าปีนี้น่าจะมีอะไรน่าสนุกกว่า พวกละครแฟนตาซี พาไปรอบโลกทั้งอินเดีย จีน อเมริกา จนถึงโลกนิทานโน่น..... แต่ก็ทำให้ผมได้รู้ว่า สิ่งที่ผู้จัดทำยังขาด(และไม่เคยแก้ไขให้ดีขึ้นได้เลยสักปี) ก็คือโครงบทที่ดี .... จริง ๆ ครับ


ฉะนั้น อยากเถียงคุณความเห็นบน ๆ สุดใจเลยครับ ว่าไม่มีการแสดงใดในโลก ที่ไม่จำเป้นต้องใส่ใจกับบท ...... แม้จะเป็นของเคียวลอฟสกี้ หว่องกาไว หรือว่าพจน์ อานนท์ก็ตามครับ

Comment

Comment:

Tweet

wink โหวิจารณ์สุดยอด embarrassed อาจารย์เขาให้วิจารณ์ว่าเรื่องเป็นยังไง sad smile ทำเอาวิจารณ์ไม่ออกเลย ตั้ง 20 หน้า

#3 By เบลล์ (58.9.227.119) on 2008-09-28 19:16

ชอบฉาก ออดิชั่นมาก
แต่เสียดายที่ไม่ค่อยมีผลกับเนื้อเรื่องเท่าไหร่

#2 By dewdogdag on 2008-09-02 12:28

กุไม่เห็นความเห็นบนๆ แต่เห็นด้วยกับมึงในหลายจุด 555

บาร์เบอร์ ขโมยซีนอ่ะ มันดูดีเกินกว่าจะเอาไว้เฉยๆ
เพลงกูว่าไม่เพราะอ่ะ
ไอ้เพลง มึงระวังตายอะไรอ่ะ ไม่เข้าใจ เอ็มวีตลก สาวบีเกิลทำท่า คิงคองเด้งตูดได้ตลกมาก (ไม่ใช่ในแง่ดีนะ)

แต่ที่กูชอบในละครเรื่องนี้คือตอนที่คนร้ายออกมาเต้นว่ะ ที่ตัวดำๆ ออกมาเต้นเป็นชายเป็นหญิง อร๊ายชอบ
ตอนที่ทีมแดนซ์ตัวร้ายก็เก๋ดี

น้องอาร์มหล่อค่ะ กูจำมิด๊ายยยยยย

#1 By gallantfoal on 2008-09-02 01:29